ศธ. จับมือกระทรวงแรงงาน ปั้นเด็กสู่โลกอาชีพ ชูนโยบาย “มีงาน มีเงิน มีวุฒิ"
ศธ. จับมือกระทรวงแรงงาน ปั้นเด็กสู่โลกอาชีพ
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงแรงงาน เดินหน้าสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการจ้างงานเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “มีงาน มีเงิน มีวุฒิ” โดยมีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นคง และตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหาร ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไทย จากแนวคิด “เรียนจบแล้วค่อยหางาน” สู่การวางเส้นทางอาชีพตั้งแต่ยังอยู่ในห้องเรียน
6 แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่าน 6 แนวทางหลัก ได้แก่
เรียนตรงทักษะ จบแล้วมีงานทำ
ไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ฝึกงานอย่างปลอดภัยและได้รับประสบการณ์จริง
ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย
เพิ่มศักยภาพการศึกษาไทยด้วยบุคลากรคุณภาพจากต่างประเทศ
ปฏิรูปการศึกษาสู่การเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้
เชื่อมอาชีวะกับตลาดแรงงาน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การเชื่อมโยงหลักสูตรอาชีวศึกษากับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาสามารถสะสมทักษะและเทียบโอนประสบการณ์ได้
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในสาขาที่กำลังเติบโต เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิศวกรรม หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และยานยนต์ไฟฟ้า
ดันโมเดล “เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย”
ทั้งสองกระทรวงยังเตรียมส่งเสริมโมเดล “เรียนไปด้วย มีงานทำ มีรายได้” เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้สามารถกลับมาเรียนควบคู่ไปกับการทำงานได้
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อดูแลเยาวชนอายุ 15–18 ปี ให้ได้รับความคุ้มครองด้านแรงงานและสามารถศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาได้ Edufriend มองว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงาน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการศึกษาไทย เพราะในโลกปัจจุบัน การมีเพียงวุฒิการศึกษาอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีทั้งทักษะ ประสบการณ์ และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงระหว่างห้องเรียนกับสถานประกอบการ จะช่วยให้เยาวชนค้นพบความถนัดของตนเองได้เร็วขึ้น และสามารถวางแผนเส้นทางอาชีพได้อย่างชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกจากทักษะด้านวิชาชีพแล้ว การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ยังต้องให้ความสำคัญกับทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต
Edufriend เชื่อว่า การศึกษาที่ดี ไม่ใช่เพียงการสร้างผู้จบการศึกษา แต่คือการสร้างคนที่พร้อมเรียนรู้ พร้อมทำงาน และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่