อาจารย์ที่เข้มงวด VS อาจารย์ที่เป็นกันเอง นักเรียนและนักศึกษาต้องการแบบไหนมากกว่ากัน?
ตลอดช่วงชีวิตการเรียน หลายคนคงเคยพบทั้งครูหรืออาจารย์ที่เข้มงวด และครูหรืออาจารย์ที่เป็นกันเอง
บางท่านให้ความสำคัญกับระเบียบวินัยและมาตรฐานทางวิชาการอย่างจริงจัง ขณะที่บางท่านสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้ผู้เรียนกล้าพูด กล้าถาม และกล้าแสดงความคิดเห็น
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะเคยสงสัยว่า
ระหว่างผู้สอนที่เข้มงวด กับผู้สอนที่เป็นกันเอง นักเรียนและนักศึกษาต้องการแบบไหนมากกว่ากัน?
แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป คำตอบอาจไม่ได้ง่ายขนาดต้องเลือกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
ความเข้มงวด ไม่ได้แปลว่าห่างเหินหรือใจร้ายเสมอไป
ในช่วงที่กำลังเรียนอยู่ ผู้เรียนบางคนอาจรู้สึกกดดันกับครูหรืออาจารย์ที่ให้ความสำคัญกับวินัย ความรับผิดชอบ และมาตรฐานในการเรียน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนกลับพบว่า สิ่งที่เคยมองว่าเข้มงวดในวันนั้น กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมวิธีคิดและการใช้ชีวิตในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม หากความเข้มงวดทำให้ผู้เรียนไม่กล้าถาม ไม่กล้าลองผิดลองถูก หรือรู้สึกหวาดกลัวมากกว่ารู้สึกอยากเรียนรู้ ความเข้มงวดนั้นก็อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างที่ตั้งใจไว้
เพราะวินัยสามารถสร้างได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความหวาดกลัวเสมอไป
ขณะเดียวกัน ความเป็นกันเองก็ไม่ได้หมายความว่าต้องลดมาตรฐานลง
ผู้สอนที่เข้าถึงง่าย รับฟังความคิดเห็น และพร้อมให้คำปรึกษา มักทำให้ผู้เรียนรู้สึกสบายใจและกล้ามีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น
สำหรับผู้เรียนบางคน การรู้ว่า “หากไม่เข้าใจ ยังสามารถถามได้” หรือ “หากมีปัญหา ยังมีคนพร้อมรับฟัง” เป็นสิ่งที่มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด
แต่หากความเป็นกันเองมากเกินไป จนขาดขอบเขตที่เหมาะสม หรือทำให้ความจริงจังในการเรียนลดลง ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพของการเรียนรู้ได้เช่นกัน
ความเข้าใจผู้เรียน และมาตรฐานทางวิชาการ ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
บางที สิ่งที่ผู้เรียนต้องการ อาจไม่ใช่ผู้สอนที่เข้มงวดที่สุด หรือเป็นกันเองที่สุด
แต่เป็นผู้สอนที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่า
“คนคนนี้คาดหวังให้เราเติบโต และพร้อมช่วยเหลือเราเมื่อจำเป็น”
ผู้สอนที่จริงจังกับการเรียนรู้ แต่ไม่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกโดดเดี่ยว
ผู้สอนที่พร้อมรับฟัง แต่ยังคงรักษามาตรฐานที่เหมาะสม
ผู้สอนที่ทำให้ผู้เรียนกล้าถาม กล้าคิด และกล้าพัฒนาตัวเอง
สิ่งที่หลายคนจดจำหลังเรียนจบ อาจไม่ใช่ว่าผู้สอนคนนั้นเข้มงวดหรือเป็นกันเอง
แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า
“ในวันนั้น มีคนคนหนึ่งที่เชื่อว่าเราสามารถทำได้”
หลายคนอาจไม่ได้จดจำทุกเนื้อหาที่เคยเรียน
แต่ยังจำได้ว่า เคยมีครูหรืออาจารย์บางคนที่คอยผลักดัน ให้คำแนะนำ หรือมองเห็นศักยภาพในตัวพวกเขา แม้ในวันที่พวกเขาเองยังไม่มั่นใจในตัวเอง
และบางครั้ง สิ่งเหล่านั้นก็มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าที่คิด
บทสรุป
ครูและอาจารย์แต่ละคนอาจมีบุคลิกและวิธีการสอนที่แตกต่างกัน
ไม่มีรูปแบบใดที่เหมาะกับทุกคน และอาจไม่มีคำตอบตายตัวว่า ความเข้มงวดหรือความเป็นกันเองแบบใดดีกว่าอีกแบบหนึ่ง
เพราะในท้ายที่สุด ผู้เรียนจำนวนมากอาจไม่ได้ต้องการผู้สอนที่เข้มงวดที่สุด หรือเป็นกันเองที่สุด
แต่ต้องการผู้สอนที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างมาตรฐานทางการศึกษา และความเข้าใจในตัวผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
และบางที…
ผู้สอนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกกลัว หรือคนที่พยายามเป็นเพื่อนกับผู้เรียนมากที่สุด
แต่อาจเป็นคนที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่า “มีคนคอยผลักดัน และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”