คนเก่ง VS คนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นเก่ง องค์กรต้องการแบบไหนมากกว่ากัน?
หนึ่งในคำถามที่หลายคนอาจเคยสงสัย เมื่อเริ่มเข้าสู่โลกการทำงาน ก็คือ
ระหว่างคนที่มีความสามารถโดดเด่น กับคนที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี องค์กรต้องการแบบไหนมากกว่ากัน?
ในช่วงวัยเรียน เรามักถูกสอนให้พยายามเป็นคนที่เก่งที่สุด ทำคะแนนให้ดีที่สุด และแข่งขันกับคนอื่นให้ได้มากที่สุด จนหลายคนอาจเผลอเชื่อว่า หากเราเก่งมากพอ ความสำเร็จจะตามมาเอง
แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน หลายคนกลับพบว่า โลกแห่งความเป็นจริงอาจซับซ้อนกว่านั้น เพราะองค์กรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนเพียงคนเดียว และความสำเร็จของงานจำนวนมาก ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากความสามารถของคนเพียงคนเดียวเช่นกัน
คนเก่ง ยังคงเป็นทรัพยากรสำคัญของทุกองค์กร
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก เพราะในหลายสถานการณ์ องค์กรจำเป็นต้องอาศัยคนที่สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณภาพได้
หลายครั้ง คนเก่งคือผู้ที่ช่วยให้องค์กรก้าวผ่านปัญหาที่ยากลำบาก และเป็นผู้ที่สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้จริง
ดังนั้น การเป็นคนเก่ง ไม่ใช่เรื่องที่ผิด และไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกลดคุณค่าลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง หลายองค์กรก็เคยเรียนรู้บทเรียนสำคัญเช่นกันว่า
คนเก่งเพียงคนเดียว อาจสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ แต่ไม่สามารถสร้างองค์กรที่ยอดเยี่ยมได้เพียงลำพัง
บางครั้ง คนที่สร้างปัญหาให้ทีมมากที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำงานไม่เก่ง
ในชีวิตการทำงานจริง หลายคนอาจเคยพบคนที่มีความสามารถสูง ทำงานคนเดียวได้อย่างยอดเยี่ยม และมักเป็นคนที่แก้ปัญหายาก ๆ ได้เสมอ
แต่ในขณะเดียวกัน คนกลุ่มนี้บางคนกลับรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ยาก ไม่เปิดโอกาสให้คนรอบข้างมีส่วนร่วม หรือสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความอึดอัด
สุดท้าย แม้งานบางชิ้นอาจสำเร็จ แต่คนรอบข้างกลับหมดพลังในการทำงาน และประสิทธิภาพของทั้งทีมก็ลดลงอย่างช้า ๆ
เพราะในความเป็นจริง
องค์กรไม่ได้สูญเสียคนเก่งได้ยากที่สุด แต่สูญเสียทีมที่ทำงานร่วมกันได้ดีต่างหาก ที่สร้างขึ้นใหม่ได้ยากกว่า
คนที่ทุกคนอยากทำงานด้วย อาจไม่ได้เป็นคนที่เก่งที่สุดเสมอไป
ในทุกองค์กร มักมีคนบางประเภทที่ไม่ได้โดดเด่นที่สุด ไม่ได้พูดเก่งที่สุด และอาจไม่ได้มีผลงานที่สะดุดตาที่สุด แต่เมื่อมีโปรเจกต์สำคัญ ทุกคนกลับอยากมีคนเหล่านี้อยู่ในทีม
เพราะพวกเขาพร้อมรับฟังความคิดเห็น ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน แบ่งปันความรู้ และสามารถทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น คนประเภทนี้อาจไม่ได้ทำให้ตัวเองดูโดดเด่นที่สุด แต่กลับทำให้คนรอบข้างทำงานได้ดีขึ้น และหลายครั้ง คนกลุ่มนี้เอง ที่ได้รับความไว้วางใจให้เติบโตขึ้นเป็นหัวหน้าทีม หรือก้าวไปสู่ตำแหน่งบริหารในอนาคต
สิ่งที่หลายคนเพิ่งเข้าใจ เมื่อผ่านการทำงานไปได้สักระยะ
ในวัยเรียน เราถูกวัดผลจากคะแนนของแต่ละคน แต่ในโลกการทำงาน ผลลัพธ์จำนวนมากกลับถูกวัดจากความสำเร็จของทั้งทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเพิ่งเข้าใจว่า การเป็นคนเก่ง อาจช่วยให้เราเริ่มต้นได้เร็ว แต่การทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี อาจช่วยให้เราเดินทางได้ไกลกว่าเพราะไม่มีใครสามารถสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้เพียงลำพัง และในหลายครั้ง คนที่เติบโตได้ไกลที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด หรือเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่สามารถดึงศักยภาพของคนรอบข้างออกมาได้ดีที่สุด
แล้วองค์กรต้องการแบบไหนมากกว่ากัน?
คำตอบอาจไม่ใช่การเลือกระหว่าง “คนเก่ง” หรือ “คนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นเก่ง” เพราะคนที่เก่งแต่ทำงานกับใครไม่ได้ อาจกลายเป็นข้อจำกัดของทีม ในขณะที่คนที่เข้ากับทุกคนได้ดี แต่ไม่เคยพัฒนาตัวเอง ก็อาจไม่สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้เช่นกัน
ดังนั้น สิ่งที่องค์กรจำนวนมากกำลังมองหาในปัจจุบัน อาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด หรือคนที่เป็นมิตรที่สุด แต่คือคนที่สามารถใช้ความสามารถของตัวเอง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีร่วมกับผู้อื่นได้
บทสรุป
หลายครั้ง เรามักพยายามเป็นคนที่เก่งกว่าคนอื่น จนลืมไปว่า ความสำเร็จในการทำงาน ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเพียงคนเดียว
องค์กรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยซูเปอร์สตาร์เพียงไม่กี่คน แต่ขับเคลื่อนด้วยผู้คนที่สามารถเชื่อใจกัน สนับสนุนกัน และเติบโตไปด้วยกัน
และเมื่อเวลาผ่านไป หลายคนอาจค้นพบว่า
คนที่มีคุณค่ามากที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำทุกอย่างได้ดีที่สุด
แต่เป็นคนที่สามารถทำให้คนรอบข้าง ทำงานได้ดีขึ้นไปพร้อมกัน
เพราะในโลกการทำงานปัจจุบัน องค์กรอาจไม่ได้กำลังมองหา “คนที่เก่งที่สุด” แต่อาจกำลังมองหาคนที่สามารถใช้ความเก่งของตัวเอง เพื่อทำให้ทั้งทีมเติบโตไปด้วยกัน
และบางที…
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่การพิสูจน์ว่าเราเก่งกว่าทุกคน แต่ อาจเป็นการได้เห็นคนรอบตัว เติบโตขึ้น เพราะครั้งหนึ่งเราเคยเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาไปได้ไกลกว่าเดิม